เทคนิคในการฝึกซ้อมไก่นั้น
ผู้เลี้ยงควรจะต้องให้โอกาสและให้เวลากับไก่ที่เลี้ยงด้วย
เพราะในการฝึกซ้อมไก่เพื่อคัดเลือกนั้น
หากผู้เลี้ยงเห็นว่าไก่ที่ฝึกซ้อมนั้นทำการตีมีฟอร์มที่ดูไม่ดีนักก็ยังไม่ควรถอดใจ
ในการฝึกซ้อมเพื่อดูฟอร์มการตีของไก่ อย่างน้อยๆควรซ้อมซัก 5 ครั้ง
เพื่อดูลีลาและชั้นเชิงของไก่ ไก่ไม่เหมือนนักมวย
เพราะนักมวยจะขึ้นชกตามท่าทางที่ได้ซ้อมไว้ แต่ไก่จะตีตามทางที่ถนัด
หน้าที่ของผู้เลี้ยงจะต้องบำรุงให้ไก่สมบูรณ์และมีความพร้อมมากที่สุด
หลังจากการซ้อมครบ 5 ครั้งแล้ว
ตอนนี้ก็เป็นหน้าที่ของผู้เลี้ยงที่จะต้องประเมินว่า ไก่มีความพร้อมแค่ไหน
หากไก่มีความสมบูรณ์พร้อมแต่ว่าในการซ้อมไม่มีอะไรพัฒนาขึ้นก็ควรประเมินต่อไปว่าไก่ตัวนี้พร้อมกับการก้าวไปสู่การเป็นไก่ชนหรือไม่
การฝึกไก่ชนนั้นแต่ละที่ก็มีการฝึกที่แตกต่างกันไป
การฝึกไก่บางที่เน้นความหนักของการเข้าโจมตีคู่ต่อสู้
แต่ไม่ได้เน้นท่าทางสวยงาม
และในบางที่ไก่ก็ตีด้วยทวงท่าที่สวยงามแต่ไม่หนักหน่วง
ในการหาคู่ซ้อมให้ก็มีส่วนในลักษณะการตีไม่น้อย
การที่จะต้องไปเจอคู่ต่อสู้ในอนาคตซึ่งเราไม่สามารถเลือกได้ว่าจะต้องเป็นการชนในลักษณะใด
การหาคู่ซ้อมที่หลากหลายและครอบคลุมย่อมเป็นการดีที่สุดสำหรับไก่เรา
เพราะยิ่งรู้จักชั้นเชิงคู่ต่อสู้มากเท่าใด
การเสียเปรียบก็จะเกิดขึ้นน้อยเท่านั้น
ในลักษณะของคู่ต่อสู้ที่เป็นแบบใช้ชั้นเชิงในการล็อกคอนั้น
ไก่คู่ซ้อมของไก่ชนควรจะมีลักษณะเตี้ยกว่าไก่ชนที่จะเอาเป็นตัวจริง
และในการซ้อมนั้นผู้เลี้ยงควรหมั่นสังเกตว่า
ไก่ครูเก่งกว่าไก่ซ้อมมากหรือไม่ หากไก่ครูมีชั้นเชิงที่เหนือกว่ามาก
ก็ไม่ควรทำการซ้อมให้หนักจนเกินไปนัก
เพราะจะมีโอกาสทำให้ไก่ซ้อมถอดใจไม่สู้ได้
กรซ้อมไก่ชนควรอยู่ภายใต้ขอบเขตของคำว่าพอดี หากว่าท่านผู้เลี้ยงจัดทำการซ้อม ไก่ชนล้านนา
บ่อยเกินไป ก็อาจจะทำให้ไก่เกิดอาการทรุดโทรม อ่อนแอ และไม่สมบูรณ์
และเมื่อทำการซ้อมครั้งต่อไปหากผู้เลี้ยงเห็นอาการว่าไก่เกิดการไม่สู้ หรือ
สู้ไม่ไหว ก็ควรที่จะหยุดการซ้อมลงทันที หลังการซ้อมในแต่ละครั้ง
ผู้เลี้ยงควรทำการหายาสมุนไพรให้ไก่กินเพื่อเป็นการบำรุงร่างกาย
แก้ช้ำในหลังจากที่ซ้อมตีกันมา
เพราะหากปล่อยปละละเลยอาจทำให้ไก่ทรุดโทรมและอ่อนแอ ไม่สู้ไปในที่สุด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น